สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบ น.ร.อยู่ในความเสี่ยงให้หยุดเรียนทันที

สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบ น.ร.อยู่ในความเสี่ยงให้หยุดเรียนทันที

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีคำสั่งและประกาศผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยกระดับคุมเข้ม กทม.-ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาคือ จังหวัดเหล่านี้ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน หรือ แบบ On-Site ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา จึงขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนปรับรูปแบบการเรียนการสอนรูปแบบทางไกล คือ On-air, On-demand, Online และ On-hand ทั้งนี้ ขอให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด

ด้าน นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 ทำให้ต้องมีการปิดแคมป์คนงานในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งยังมีการประกาศปิดแคมป์คนงาน โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่งผลให้คนงานจำนวนมากอาจเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยการเคลื่อนย้ายของคนงานอาจมีส่วนหนึ่งที่ติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่อื่นๆ ด้วยนั้น

นายสนิทกล่าวต่อว่า สพฐ.จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่ทุกเขตแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัดติดตามการเคลื่อนย้ายของคนงานที่กลับภูมิลำเนาที่อยู่ใกลักับสถานศึกษา ว่าในพื้นที่ที่เป็นเขตบริการที่มีนักเรียน ครู และบุคลากรในสังกัดอาศัยอยู่ ให้ประสานงานกับสาธารณสุขอำเภอ จังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลอำเภอ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ รวมทั้งฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบบุคคลที่เคลื่อนย้ายมาในพื้นที่ หากมีกรณีเช่นนี้ขอให้ตรวจสอบว่ามีนักเรียนที่อยู่ในครอบครัว หรือเป็นญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงและเกิดความเสี่ยงในการที่จะทำให้เกิดการระบาดของโรค ให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้หยุดมาเรียน และดำเนินการตามมาตรการของ ศบค.และ ศบค.จังหวัดโดยเคร่งครัด

“ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการรายงานให้ สพฐ.ทราบโดยทันที ทั้งการรายงานทางโทรศัพท์ ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือช่องทางอื่นที่สะดวกและรวดเร็ว ขอให้การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการระบาดของโรคทั้งในโรงเรียน และในพื้นที่ใกล้เคียง” นายสนิทกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line ได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้เอกชนภูเก็ต หวังไตรมาส 4/64 นักท่องเที่ยวฟื้น 40% หลัง 1 ก.ค. เปิดรับต่างชาติ
บทความถัดไปรมว.สุชาติแจงแผนเยียวยาคนงานช่วงปิดแคมป์ จ่ายสดทุก 5 วัน (มีคลิป)