รองโฆษกตร.เผย ผบ.ตร.กำชับทุกหน่วยปราบยาบ้าสูตร ‘เร็วทะลุนรก’

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานทางราชการหลายหน่วยได้มีการจับกุมยาเสพติดชนิดใหม่ ที่กำลังแพร่ระบาด ในหลายพื้นที่ ว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมยาบ้าสูตรเร็วทะลุนรก 999 กว่าหนึ่งหมื่นเม็ด ซึ่งมีการประทับตรา “FAST FURIOUS999” ลงบนซอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบหอพักนักเรียนแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบ พบยาแผนปัจจุบันและเป็นยาอันตรายจำนวนมากพร้อมทั้งอุปกรณ์บรรจุยาและอุปกรณ์ในการเสพ ซึ่งทางผู้ต้องหารับว่าครอบครองยาดังกล่าวไว้เพื่อจำหน่ายจริง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 แต่ยังคงมีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน ซึ่งนอกจากจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแล้วก็ยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนด้วยที่ผ่านมาทางรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการปราบปรามยาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้เจ้าหน้าที่ทำการขยายผลขบวนการค้ายาเสพติดให้ถึงรายใหญ่ ขยายผลสู่การยึดทรัพย์ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จริงจรัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการกำชับไปยังกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด สืบสวนหาข่าวเครือข่ายยาเสพติดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน เข้ามาในประเทศไทย โดยให้ประสานการทำงานด้านการข่าวและข้อมูลยาเสพติดร่วมกับหน่วยร่วมปฏิบัติ เพื่อขยายผลการจับกุมถึงเครือข่าย ผู้ร่วมขบวนการ นายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง ตลอดจนดำเนินการตามมาตรการยึดทรัพย์ เพื่อตัดวงจรยาเสพติดต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า การปราบปรามยาเสพติดของ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. ในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดและการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการ์ฉุกเฉินฯ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก โดย ผบ.ตร.เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มในการจับกุม ปราบปราม ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติด ทั้งรายใหญ่และรายย่อยในทุกระดับ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เน้นการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนไม่ให้เข้ามาพื้นที่ชั้นในหรือแหล่งชุมชนและสถานศึกษาต่างๆ รวมถึงการเพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจคัดกรองยานพาหนะ บุคคลต้องสงสัย อย่างเข้มงวด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line ได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘โจ้’ เผย กมธ.งบฯ65 งดประชุมทั้งสัปดาห์ คาดหวนถก 5 ก.ค. ถ้าไม่ทันคุยเพิ่มเสาร์-อาทิตย์
บทความถัดไปคนงานเย็บผ้าประท้วง ขอหยุดงานกักตัว 14 วัน บริษัทไม่ยอม รอผลเจรจาผู้ว่าฯนนท์