ผุดแคมเปญล่าชื่อ จี้จุฬาฯ ปลด ‘หมอยง’ ชี้ให้ความเห็นผิด ไม่อ้างอิงงานวิชาการ

ผุดแคมเปญล่าชื่อ จี้จุฬาฯ ปลด ‘หมอยง’ ชี้ให้ความเห็นผิด ไม่อ้างอิงงานวิชาการ

วันนี้ (28 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการตั้งเคมเปญล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ ได้เรียกร้องให้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปลด นพ.ยง ภู่วรวรรณ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมาร​เวชศาสตร์ เนื่องจากนพ.ยง ในฐานะที่ปรึกษาสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ให้กับรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีความเห็นในด้านวัคซีนที่ผิดเพี้ยนไปจากบทความทางวิชาการ และหลายต่อหลายครั้งที่สนับสนุนวัคซีนที่ด้อยประสิทธิภาพอย่าง Sinovac โดยไม่มีหลักฐานทางวิชาการมารองรับ ล่าสุด เวลา 12.00 น. มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 4,500 คน

ทั้งนี้ เคมเปญดังกล่าว ตั้งขึ้นโดย แพทย์คนหนึ่งในประเทศไทย โดยระบุเหตุผลว่า “เนื่องด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศไทยและทั่วโลก

ปัจจุบันมีผลการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนออกมามากมายหลายชนิด และทางแพทย์รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดต่างๆมากมาย ผ่านบทความทางวิชาการ ผ่านข่าวสารทั้งใน และต่างประเทศมากมาย

และผลการศึกษานั้น ยังได้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดต่างๆ ตั้งแต่ Sinovac ที่ไม่สามารถลดอัตราการแพร่เชื้อ ในประเทศ ชิลี ตุรกี บราซิล และอินโดนิเซียได้ โดยทั้ง 4 ประเทศที่ใช้ Sinovac เป็นวัคซีนหลัก ยังไม่สามารถลดจำนวนผู้ป่วยใหม่ลงได้ เช่นในประเทศชิลี ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มไปแล้วถึง 50% แต่ก็ยังมีจำนวนผู้ป่วย Covid-19 รายใหม่ไม่ได้ลดลงเลย และในประเทศอินโดนิเซีย ยังมีรายงานว่า บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากยังมีการติดเชื้อ Covid-19 อยู่ ทั้งๆที่ได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็มไปแล้ว

ในทางกลับกัน วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง เช่นวัคซีน mRNA ของบริษัท Pfizer หรือ Moderna ก็ได้มีบทความทางวิชาการ และสถิติที่ชัดเจนว่า สามารถลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีการฉีดวัคซีนที่ครบ 2 เข็มเพียง 50% เท่านั้น และในบางประเทศ ประชาชนสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปรกติแล้ว

และ เมื่อกล่าวถึงนพ.ยง ภู่วรวรรณ ที่เป็นตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีความเห็นในด้านวัคซีนที่ผิดเพี้ยนไปจากบทความทางวิชาการ และหลายต่อหลายครั้งที่สนับสนุนวัคซีนที่ด้อยประสิทธิภาพอย่าง Sinovac โดยไม่มีหลักฐานทางวิชาการมารองรับ

ยกตัวอย่างเช่น

1.ระยะห่างในการฉีดวัคซีน Astrazeneca ที่ตามคำแนะนำให้ฉีด 2 เข็มห่างกัน 12 สัปดาห์ แต่นพ.ยงกลับแนะนำให้ฉีดห่างกัน 16 สัปดาห์ โดยไม่มีข้อสนับสนุนทางวิชาการ

2.ประสิทธิภาพของวัคซีน Sinovac เข็มที่ 3 ที่ไม่มีการศึกษาวิจัยเลย มีแต่คำพูดของประธานบริษัทผู้ผลิต Sinovac ที่กล่าวอ้างว่า อาจจะมีประสิทธิภาพดี แต่ นพ.ยง กลับนำเรื่องการฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 3 มาให้คำแนะนำกับประชาชน ทั้งๆที่ไม่เคยมีหลักฐานทางวิชาการมาก่อนเลย

3.นพ.ยง ไม่เคยแนะนำให้ประเทศนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาในประเทศ ทั้งๆที่ผลการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนแตกต่างกันอย่างชัดเจน และราคาก็ไม่ได้แตกต่างกัน แต่ยังคงออกมาปกป้องวัคซีน Sinovac โดยที่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอ

ในฐานะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันหลักของประเทศชาติในการดำรงไว้ซึ่งหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง จึงขอเรียกร้องให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการกับแพทย์ที่ไม่ทำตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แพทย์ไม่ทำตามผลการศึกษาที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แพทย์ที่ขายจรรยาบรรณของตนเองเพื่อรับใช้ทางการเมือง เพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่คงไว้ซึ่งความตรงไปตรงมาตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง #Chulalongkorn University ได้ขึ้นในเทรนด์ทวิตเตอร์ สูงสุดที่อันดับ 7 หลังประชาชนหลายคน ได้แชร์แคมเปญดังกล่าว ลงในทวิตเตอร์ ทำให้ได้รับความสนใจจำนวนไม่น้อย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line ได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ตัดต่อล้อไวรัล ‘ช้างบุกบ้าน’ สะเทือนตลาดออนไลน์
บทความถัดไปเฮียซ้ง เข้า ‘เจาะคอ’ วันนี้ แก้ปัญหาทางเดินหายใจ ลูกชายภาวนา ให้ผ่านไปด้วยดี