สื่อเบียร์ชี้หมดยุคเลิฟ ได้เวลาอินทรีเหล็กยอมรับความจริง

(Photo by MATTHEW CHILDS / POOL / AFP)

สื่อเบียร์ชี้หมดยุคเลิฟ ได้เวลาอินทรีเหล็กยอมรับความจริง

ภายหลังจาก “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี บุกพ่าย “สิงโตคำราม” อังกฤษ 0-2 ในฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เป็นการสิ้นสุดการทำหน้าที่กุนซือทีมชาติของโยอาคิม เลิฟ ที่อยู่ในเก้าอี้มา 15 ปี สื่อเมืองเบียร์ต่างก็วิจารณ์ถึงการเปลี่ยนยุคสมัยของทีมอินทรีเหล็ก

บอริส บุชเลอร์ ของ “ซีดีเอฟ” แสดงความเห็นว่า ศึกยูโรควรจะเป็นการสั่งลาอย่างน่าประทับใจของเลิฟ จากที่ช่วง 10 ปีแรกของการคุมทีม เขาพาอินทรีเหล็กผ่านถึงรอบรองชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์เป็นอย่างน้อยมาโดยตลอด แม้กระทั่งพาทีมเป็นแชมป์โลกในปี 2014 แต่การสั่งลาครั้งนี้กลับจบลงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นผลพวงจากการตกต่ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

ขณะที่ “ซุดดอยช์ต ไซตุง” ระบุว่า ในยุคสมัยของเลิฟมีช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014 และอีกครั้งคือการตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2018 ขณะที่แมตช์สุดท้ายของเยอรมนีทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าทีมเล่นได้กล้าหาญกว่านี้สักนิด ลองฮึดสู้หรือมุ่งมั่นกว่านี้สักหน่อย อินทรีเหล็กน่าจะไปได้ไกลกว่านี้

ส่วน “แฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ อัลเกไมน์ ไซตุง” บอกว่า ถึงเวลาเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว ที่ผ่านมาทั้งเลิฟและสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ต่างหลงอยู่ในความเชื่อที่ว่าจะสามารถสร้างทีมกลับมาใหม่ได้หลังนักเตะยุคทองที่ช่วยกันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ต่างทยอยเลิกเล่นไป จริงๆ นัดนี้อังกฤษก็ไม่ได้เล่นโดดเด่นมาก แต่ก็ดีพอที่จะคว้าชัยชนะ แถมยังไม่เสียประตูเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันด้วย

ไฮโก้ นิวมันน์ ของสถานีโทรทัศน์ “เออาร์ดี” เปรียบเปรยว่า เลิฟสร้างอนุสาวรีย์ให้ตัวเองหลังจากพาอินทรีเหล็กเป็นแชมป์โลกปี 2014 แต่ใช้เวลา 7 ปีหลังจากนั้นค่อยๆ ทุบทำลายมันลงมา

ด้านนิตยสารดัง “แดร์ สปีเกล” วิจารณ์แทคติคและการจัดตัวผู้เล่นของเลิฟว่า นักเตะอินทรีเหล็กยุคปัจจุบันเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมที่สร้างผลงานกับสโมสรชั้นนำของโลก แต่พอมารวมตัวกันในทีมชาติ เหมือนจะยังไม่คลิกกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของโค้ช การที่เขาไม่ยอมให้โยชัว คิมมิช ยืนตำแหน่งมิดฟิลด์ตรงกลางที่เป็นตำแหน่งถนัด ทำให้เกมของทีมขาดประสิทธิภาพในแดนกลาง ส่วนกองหน้าก็ยังทำผลงานไม่เข้าตานัก เช่นเลรอย ซาเน่ ที่น่าผิดหวังในนัดเจอกับฮังการี ส่วนติโม แวร์เนอร์ ในนัดล่าสุด ในเมื่อเล่นไม่ออก ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในสนามนานถึง 1 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line ได้ที่นี่